จุดมุ่งหมายในการอยู่ดิถีปริวาสกัมมัฏฐานและธุดงวัตร / คำสมาทาน อีเมล

จุดมุ่งหมายในการอยู่ดิถีปริวาสกัมมัฏฐานและธุดงวัตร
๑ เพื่ออาศัยธุดงวัตร สร้างบารมีตามเยี่ยงอย่างพระบรมโพธิสัตว์ และอัครสาวกที่ได้เคยสร้างบารมีมาแล้วแต่อดีต
๒ เพื่อจะได้ฝึกฝนพระกัมมัฏฐานเป็นอย่างยิ่งเฉพาะคราว ในสายการปฏิบัติ (มัชฌิมาปฏิปทา) ของ สำนักเกตุมวดีย์
๓ เพื่อจะได้สร้างกุศลอย่างยิ่ง, เพื่อปลงกรรมเก่า ทั้งในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ ให้อโหสิกรรม (ถ้ามีกรรมเก่าติดตามมา)
๔ ถ้าไม่มีกรรมเก่าติดตามมา ก็จะได้เสริมสร้างบารมีในทางปฏิบัติ ให้ดำเนินไปสู่มรรคผลนิพพาน ๕ เพื่ออุทิศกุศลไปให้ บิดามารดา ท่านผู้มีพระคุณ เจ้ากรรมนายเวร สรรพสัตว์ทั้งหลาย เทวดาทั้งปวง และญาติทั้งหลาย ด้วยการตั้งจิตที่แน่วแน่

คำสมาทานรุกขมูลและธุดงควัตร

เตรียมที่อยู่ให้เรียบร้อย ดูว่าเป็นกลางแจ้งหรือว่าเป็นโคนต้นไม้ พึงตั้งใจให้แน่วแน่แล้วจุดธูปเทียน พร้อมกับตั้งนะโม ๓ จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ระลึกถึงพระรัตนตรัย แล้วเอามือวนที่ดินใต้เสื่อ วนจากซ้ายไปขวาพร้อมกล่าวคำอธิษฐานว่าดังนี้
อิมัง ปะฐะวิยัง อธิฏฐามิ
ทุติยัมปิ อิมัง ปะฐะวิยัง อธิฏฐามิ
ตะติยัมปิ อิมัง ปะฐะวิยัง อธิฏฐามิ
เสร็จแล้วตั้งใจพนมมือกล่าวคำสมาทาน ดังต่อไปนี้ผู้ที่อยู่โคนต้นไม้ให้ว่า ดังนี้
ฉันนัญจะ มูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ รุกขะมูลิกังคัง สะมาทิยามิ
ทุติยัมปิ ฉันนัญจะ มูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ รุกขะมูลิกังคัง สะมาทิยามิ
ตะติยัมปิ ฉันนัญจะ มูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ รุกขะมูลิกังคัง สะมาทิยามิ
ผู้ที่อยู่กลางแจ้งให้ว่า ดังนี้
ฉันนัญจะ มูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ อัพโภกาสิกังคัง สะมาทิยามิ
ทุติยัมปิ ฉันนัญจะ มูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ อัพโภกาสิกังคัง สะมาทิยามิ
ตะติยัมปิ นนัญจะ มูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ อัพโภกาสิกังคัง สะมาทิยามิ
(เป็นอันเสร็จพิธีการอธิษฐานที่และสมาทานธุดงค์)

ครั้นรุ่งเช้าได้อรุณแล้วจึงให้อธิษฐานถอนที่ เพื่อปลดปล่อยสรรพสัตว์ที่ต้องถูกกักกันอยู่เพราะคำอธิษฐานเมื่อตอนกลางคืนนั้นไปสู่ความเป็นอิสระ ให้ปฏิบัติดังนี้ ตั้งใจให้แน่วแน่แล้วจุดธูปเที่ยน พร้อมกับตั้ง นะโม ๓ จบระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
แล้วเอามือวนที่ดินใต้เสื่อ ตรงที่๐ ได้วนไว้เมื่อตอนกลางคืน วนกลับจากขวามาซ้าย พร้อมกับกล่าวคำอธิษฐานถอนที่ว่า ดังนี้
อิมัง ปะฐะวิยัง ปะจุตธรามิ
ทุติยัมปิ อิมัง ปะฐะวิยัง ปะจุตธรามิ
ตะติยัมปิ อิมัง ปะฐะวิยัง ปะจุตธรามิ
เสร็จแล้วตั้งใจพนมมือกล่าวคำลาสมาทาน ดังต่อไปนี้

ผู้ที่อยู่โคนต้นไม้กล่าวคำลารุกขะมูล ว่าดังนี้
ฉันนัญจะ มูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ รุกขะมูลิกังคัง ปะจุตธรามิ
ทุติยัมปิ ฉันนัญจะ มูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ รุกขะมูลิกังคัง ปะจุตธรามิ
ตะติยัมปิ ฉันนัญจะ มูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ รุกขะมูลิกังคัง ปะจุตธรามิ

ผู้อยู่กลางแจ้งกล่าวคำลาอัพโภกาศ ดังนี้
ฉันนัญจะ มูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ อัพโภกาสิกังคัง ปะจุตธรามิ
ทุติยัมปิ ฉันนัญจะ มูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ อัพโภกาสิกังคัง ปะจุตธรามิ
ตะติยัมปิ ฉันนัญจะ มูลัญจะ ปะฏิกขิปามิ อัพโภกาสิกังคัง ปะจุตธรามิ

ต่อไปให้พึงตั้งใจกรวดน้ำอุทิศกุศลไปให้ บิดามารดา ครูอาจารย์ พระมหากษัตริย์ ท่านผู้มีพระคุณ สรรพสัตว์ทั้งหลาย เจ้ากรรมนายเวร เทวดาทั้งปวง และญาติทั้งหลาย แล้วจึงตั้งความปรารถนาขอในสิ่งที่ตนต้องการต่อไปแล้วจึงกราบลง ๓ ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธีการถอนที่และการลาธุดงค์