ภาษิตธรรมของท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต (เจิม คุณาบุตร) วัดเกตุมดีศรีวราราม อีเมล

ภาษิตธรรม ของท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต (เจิม คุณาบุตร)

เขาไม่ถาม อย่าตะกราม ตะกละกล่าว ไก่สามหาว มิใช่ยาม ตะกรามขัน
กลัวไว้หน้า กล้าไว้หลัง ระวังทัน คนทุกวัน แปดเหลี่ยม สิบสองคม
คนหน้าเนื้อ ใจเสือ ก็เหลือคบ ข้างนอกกลบ หวานไว้ ข้างในขม
มะนาวเกลี้ยง ก็ไม่ล้น เท่าคนกลม เร็วกว่าลม เหลี่ยมลบ ตลบตะแลง
ฝนจะตก เท่าไร น้ำไม่ขัง ย่อมไหลหลั่ง ลงรู คูระแหง
รสไม่รู้ ดุจจวัก ที่ตักแกง จนปากแหว่ง เปรี้ยวหวาน ไม่พานรู้
ถึงมีหู มีอยู่ ดังหูกะทะ มีตาปะปะ เหมือนสัปปะรด น่าอดสู
ถึงมีปาก ปากพล่อย ดังหอยปู มีเท้าคู้ มือตาย เหมือนไม่มี
กระจกส่อง มองเด่น จะเห็นหน้า ปัญญาส่อง ปัญญา ชี้แจ่มใส
ตัวของตัว ชั่วดี มีเพียงใด ไม่ต้องไป หาหมอดู ก็รู้ดี
จิตไม่ตาย รูปไม่ตาย อย่าหมายผิด รูปกับจิต บอกหมด ปลดนิสัย
รูปทั้งกอง เปรียบเหมือนฟอง ชลาลัย เกิดขึ้นแล้ว ก็ดับไป เป็นธรรมดา
ถ้ารู้จิต ก็รู้จบ พบธรรมะ องค์พุทธะ ปรากฏ หมดโมหัน

ไม่ใกล้ไม่ไกล ไม่ไปไม่มา ไม่ตึงไม่หย่อน อยู่ระหว่างทุกข์ระหว่างธาตุ ระหว่างอากาศ ทำจิตให้บริสุทธิ์ เหลือแต่รูปกับนาม ให้ลมเดินไปตามวิธี เกิดช่องว่างปรากฏ ธรรมเครื่อง ว่างปรากฏ แก่สติแลญาณ ย่อมเป็นที่ตั้งอาศัย รับรองให้ตั้งอยู่ในอาการว่าง ไม่คิดไม่นึกไม่เกาะ ขันธ์อายะตะนะเรียกว่าอุปาทานดับ เมื่ออายะตะนะไม่มีสัตว์บุคคลเกาะ ไม่มีเกิด วิมุตติเครื่องแจ้งแห่งกิเลส ที่เหลืออยู่หมด ก็ย่อมรู้ด้วยตัวเอง เพียงเท่านี้ท่านก็จะบังเกิดเต็มแห่งภูมิธรรม วิมุตติเครื่องแจ้ง เวทยิตะนิโรธ เป็นเหตุให้ขันธ์ อดีตอนาคตปัจจุบัน ลำดับตามลักษณะวิปัสสนาญาณ เรียกว่าบุคคลถึงอนุปาทิเสสบุคคล ข้อความที่กล่าวมานี้ เพื่อให้รู้ชัดจะได้ดับความไม ่รู้ชัด ถ้าจะกล่าวโดยการกระทำจริงๆ ก็จะกระทำสั้นนิดเดียว หรือปล่อยสติที่ธาตุทรงว่างเปล่า ตามลม ตั้งแต่ปลายเท้าตลอดศีรษะ และศีรษะตลอดปลายเท้า จนช่องว่างปรากฏทั่วกาย ก่อนให้ สติและญาณว่างปรากฏสติ มีเพียงเท่านี้ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทุกประการ

ธรรมที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ เป็นวิธีนั่งสมาธิอย่างพระอริยเจ้า ตั้งแต่พระโสดาบันเป็นต้นไป จัตตุปาเยหิ จัตตริปะมุทโท ทะจาปิถานานิ อภัพโพบ่มิอาจจะเกตุง เพื่อจะกระทำให้แจ้งซึ่งอริยะทั้ง ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ละกายะทิฏฐิ ไม่ถือเนื้อถือตัว ถือชาติตระกูล ถือเราถือเขา วิจิกิจฉา ความเคลือบแคลงสงสัยไม่มี ในคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า ไม่มีสีลัพตะปรามาส ไม่บนเบี้ยเสียขวัญ เข้าผีทรงเจ้า เซ่นเหล้าและยาเมี่ยงหมาก บูชาไม่มี ขาดปริเฉทประหารตามกำลังของตนชั่วขณะจิตหนึ่ง ท่านว่าโสโสตะปฏิญาณพระธรรม ละมิจฉามรรคทำภัยและเวรให้สิ้นไปด้วยขันติและเมตตาเข้าถึงซึ่งเป็นโอรสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุคคลนั้นได้เห็นห้องช่องมหานิพพาน สัจจริงจังสัจจะถาวะโร มนุษย์สัตว์ปฏิบัติตามคำสอน จะตัดรอนมลทินสิ้นทุกข์โข เมื่อดับจิตผลบรรพชิตสุเมโธ วิมานคือสถานแห่งบ้านเรือน ครั้นจุติมากำเนิดมนุษย์ จะผ่องผุดโสภาหาไม่เหมือน ด้วยกุศลประจักษ์เป็นหลักเตือน ดุจเป็นเพื่อนมิตรแท้เฝ้าแลดู ท่านทั้งหลายชายหญิงสิ่งประสงค์ อย่าอาวรณ์สงสัยใจหดหู่ ฟังให้ดีถือชัดจัดเป็นครู จะกอบกู้ใจประกอบระบอบธรรม จงหมั่นเชื่อหมั่นจำทำให้เห็น จะเด่นเหมาะสมกายคมสัน รักโอวาทถือโอวาทอย่าคลาดคลำ บุญจะทำสัตว์โลกมีโชคชัย ข้อที่ว่าดีจะได้ดี ภาษิตนี้บอก ตรงไม่สงสัย ถ้าทำชั่วผลชั่วนำตัวไป ลงสู่ในทุกขาน่าเสียดาย อันโลภะโทสะโมหะโหด อย่าโลภอย่าหลงบรรจงหมาย จะทำตัวให้มีราคีคาย ถือให้ได้ยังให้ติดคิดให้ดี อันคีลังทั้งห้า อุตส่าห์เถิด เป็นบ่อเกิดสุขแสนแดนวิถี สุขกับทุกข์บุญบาปทราบกันดี ตัดราคีอย่าลุกุศลทาน มนุษย์เลิศเกิดทรัพย์คนนับหน้า เห็นกับตาในปัจจุบันอันไพศาล เราทำดีสร้างดีมีศีลทาน เกิดผลญาณตามส่งดังหงษ์ทอง จงตริตรึกนึกให้ถูกผูกให้ทราบ บุญกรรมบาปทำชั่วจิตมัวหมอง อยู่ที่ไหนทำที่ไหนควรไตร่ตรอง

ผลสนองบุญเสนออย่าเผลอกาย ชักบาลีชี้เตือนเพื่อนมนุษย์ ชักเอาธรรมยุทธเป็นจุดหมาย ระตะนังทั้งสามงามเพริศพราย อย่าทำลายหัตถ์ชูขึ้นบูชา อย่าให้ขาดนึกถึงบาทบพิตรอดิศร ท่านเข้าสู่นิพพานนานมายังถาวร ฝากคำสอนกับพระสงฆ์ทรงศีลา ท่านทั้งหลายชายหญิงสิ่งทั้งหลาย เร่งขวนขวายก่อสร้างทางสิกขา ใครไม่เชื่อเบื่อในรสพจนาถ เกลียดโอวาทความตรัสที่ขัดไถ จะเห็นเหตุเพศชั่วในตัวแท้ หนุ่มสาวเถ้าแก่แน่สักขี สัจจังเวใช่จะแกล้งแต่งวาที คงเกิดมีเข้าสักวันอันทุกข์ภัย จิตไม่ตายรูปไม่ตายอย่าหมายผิด รูปกับจิตบอกหมดปลดนิสัย รูปทั้งกองเปรียบเหมือนฟองชลาลัย เกิดขึ้นแล้วดับไปเป็นธรรมดา ให้รู้จริงเห็นจริงตามเป็นจริง จิตสงบนิ่งเข้าสู่ชลังอุเบกขา รู้จิตรู้จบพบธรรมะ ถึงพุทธะตัดให้หมดโทษมหันต์ ตัณหาจิตคิดลำบากยาก ครามครัน เพราะนับวันยิ่งจะห่างทางนิพพานนะท่านเอย ฯ