การทำบุญ (กิจเบื้องต้น,การจัดสถานที่,เครื่องสักการะบูชา,การนิมนต์พระ ฯลฯ) อีเมล

การทำบุญ การทำบุญในพระพุทธศาสนามี ๒ อย่างคือ ๑ การทำบุญในงานมงคล ๒ การทำบุญในงานอวมงคล การทำบุญในงานมงคลนั้น ได้แก่การทำบุญเพื่อความสุขความเจริญ โดยปรารภเหตุที่ดีไม่เป็นมูลเหตุมาจากสิ่งชั่วร้าย เรียกว่างานมงคลทั้งนั้น การทำบุญในงานอวมงคลนั้น ได้แก่ การทำบุญเพื่อความสุขความเจริญโดยปรารภเหตุที่เป็นมาไม่สู้ดี แล้วจัดการทำบุญกุศล เพื่อ "กลับสิ่งชั่วร้ายให้คืนดี" และเป็นสิริมงคลต่อไป อย่างนี้เรียกว่าอวมงคล

กิจเบื้องต้น
ก่อนที่จะถึงพิธีทำบุญควรแต่งสถานที่ให้เรียบร้อยเพื่อรับรองพระสงฆ์และแขกผู้มาในงาน และรับพระพุทธ พระธรรมด้วย คือเชิญพระพุทธรูปมาบูชา อาราธนาพระสงฆ์มาสวดพระพุทธมนต์หรือแสดงธรรม

การจัดสถานที่
อาสนะพระสงฆ์ ต้องทำให้สูง หรือมีเครื่องหมายว่าสูงกว่าคฤหัสถ์เป็นต้นว่ามีพรม หรืออาสนะอะไรก็ได้ตามฐานะ ถ้าจะให้มีลาดผ้าขาวได้ก็ยิ่งดี อาสนะพระสงฆ์ให้จัดตั้งไว้เบื้องซ้ายของโต๊ะบูชา ที่อาสนะของพระสงฆ์นั้นต้องจัดตั้ง กระโถน ภาชนะน้ำ และพานหมากบุหรี่ทางขวามือกระโถนอยู่ด้านใน ต่อมาออกมาภาชนะน้ำแล้วถึงพานหมากบุหรี่หน้าสุด

เครื่องสักการะบูชา
การตั้งเครื่องโต๊ะบูชาที่พระพุทธรูปอยู่ด้วย มีพานดอกไม้แจกัน และเชิงเทียน กระถางธูป โดยเฉพาะกระถางธูปอย่าเอากระโถนมาใช้ บางแห่งเห็นมีไม่สมควร อย่าเอาของต่ำมาใช้เป็นของสูง

โยงสายสิญจน์
การทำบุญโดยมากมักจะต้องมีสายสิญจน์ ประเพณีนับเนื่องมาจากศาสนาพราหมณ์ ในพระพุทธศาสนาของเราอนุโลมให้ใช้ได้ ด้ายสายสิญจน์นี้เขาโยงถึงรั้วบ้าน และวงเข้ามาทางพระพุทธที่ตั้งไว้ สำหรับสักการะบูชาและวงฐานพระพุทธด้วย ต่อลงมาก็วงบาตรน้ำมนต์ บาตรน้ำมนต์ควรตั้งใกล้พระเถระผู้ใหญ่ทางขวามือ เทียนน้ำมนต์ต้องใช้เทียนอย่างดีหนัก ๑ บาทเป็นอย่างน้อย เทียนน้ำมนต์นี้ เมื่อพระสวดถึงบทว่า "อะเสวะนา จะ พาลานัง...." ให้เจ้าภาพจุดเทียนเอง เมื่อพระสวดถึงบทว่า "ขีณัง ปุราณัง....พระเถระผู้เป็นหัวหน้าจะเริ่มหยดเทียนน้ำมนต์ และเมื่อถึงบทว่า นิพพันติ ธีรา ยะถา ยัมปะทีโป (ดับเทียนตรงนิพ.....) ท่านก็จุ่มเทียนลงในบาตรน้ำมนต์ เทียนนี้เมื่อดับแล้วห้าม ไม่ให้จุดอีกเด็ดขาด ถือกันว่าเป็นการดับเสนียดจัญไร และสิ่งไม่เป็นมงคลทั้งปวง

การนิมนต์พระ
การนิมนต์พระสงฆ์ไปเจริญพระพุทธมนต์ อย่างน้อยนิมนต์ ๕ รูป ๗ รูปหรือ ๙ รูป ทั้งนี้เพื่อหวังให้เป็นคู่ทั้งพระพุทธ ไม่นิยมคี่ แต่ในพิธีหลวง นิยมนิมนต์พระสงฆ์เป็นจำนวนคู่เลยทีเดียว การไปนิมนต์มาฉันอาหาร อย่าระบุชื่ออาหาร ถ้าระบุชื่อท่านรับไม่ได้ ควรใช้ว่า "นิมนต์รับอาหารบิณฑบาตเช้าหรือเพล" ถ้านิมนต์มาสวดมนต์เย็นฉันเช้า หรือจะสวดเวลาเพลต้องใช้คำว่า ขอ นิมนต์มาเจริญพระพุทธมนต์ ที่เฉพาะงานมงคล ถ้าใช้ในการศพใช้ว่า นิมนต์ มาสวดพระพุทธมนต์ เมื่อพระสงฆ์มาถึงบ้าน ควรจัดคนไว้คอยล้างเท้าพระสงฆ์และมีผ้าให้ ท่านเช็ดเท้าด้วย ทั้งนี้เพราะพระล้างเองไม่ได้ผิดพระวินัย เนื่องจากน้ำยังไม่กรอง ถือว่ายังมีตัวสัตว์อยู่ คฤหัสถ์จึงต้องคอยช่วยท่าน ส่วนที่ให้เช็ดเท้าเพราะถ้าพระ เท้าเปียกเหยียบบนอาสนะที่ลาดต้องอาบัติ

หน้าที่เจ้าภาพ
เมื่อพระสงฆ์มาถึงที่ ประเคนน้ำฉันและพานหมากบุหรี่แล้ว รอสักครู่เจ้าภาพต้องจุดธูปเทียนเอง ถ้างานบ่าวสาวให้คู่หนุ่มสาวจุดเองแล้วกราบ ๓ หนเสร็จแล้วหันมาทางพระสงฆ์กล่าวอาราธนาศีล เมื่อพระให้ศีลรับศีลแล้วอาราธนาพระปริตร แล้วประนมมือฟังพระท่านสวดมนต์ไปจนถึง นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ควรเตรียมเครื่องดื่มคือน้ำร้อน หรือน้ำอัดลม พอจบก็ถวาย ถ้ามีการตักบาตร เวลาสวดพาหุง...ก็ออกมาตักบาตร ถ้าเป็นงานบ่าวสาวก็ให้คู่หนุ่มสาวออกมา ตักบาตรร่วมกัน เวลาประเคนก็ช่วยกันประเคนบ้าง แต่ไม่ต้องทั้งหมดให้ใครช่วยบ้างก็ได้ เมื่อพระ ฉันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถวายไทยธรรม

การกรวดน้ำ
เมื่อพระเริ่ม ยะถา... ก็ลงมือกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ บิดามารดาญาติมิตรและบรรดาสรรพ สัตว์ตามแต่ตนจะประสงค์ เมื่อพระว่า ยะถา จบ ก็ให้เทน้ำลงในภาชนะที่รอง แล้วประนมมือรับพร ต่อไป จบแล้วกราบ ๓ หน จากนั้นพระท่านก็จะประพรมน้ำมนต์ให้กับผู้มาร่วมงาน

การเทศน
ถ้าจะมีการเทศน์ เจ้าภาพต้องคอยจุดเทียนบูชาธรรม พระจะขึ้นธรรมาสน์เมื่อพระขึ้นเรียบร้อย แล้วขอศีลเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาราธนาธรรม พรัหมา จะโลกา ไปจนจบ แล้วพระยะถา เจ้าภาพ กรวดน้ำ พระลงแล้วจึงถวายไทยธรรมให้สังเกตไว้ว่าต่างกันกับพระสวดมนต์ที่ถวายไทยธรรม ก่อนและหลังพระยะถา

การตั้งเครื่องบูชา
เมื่อมีการอาบน้ำศพ ใช้โต๊ะเล็กมีเครื่องบูชาแต่เทียนใช้ดอกเดียวอยู่ซ้ายมือพระ ธูป ๓ ดอกอยู่ ขวามือพระ ถ้าตั้งบูชาศพ ตั้งห่างออกมาจากศพเล็กน้อย การทำบุญศพไม่นิยมสายสิญจน์ แต่จะ ใช้ภูษาโยง เวลาบังสุกุลจึงค่อยคลี่ไปตรงหน้าพระ

การทอดผ้า
ต้องวางทอดบนภูษาโยง อย่าวางตามยาว ใช้วางตามขวาง และห้ามกรายภูษาโยง