กราบบูรพาจารย์ อีเมล

พระครูภาวนาวรคุณ

พระเดชพระคุณพระครูภาวนาวรคุณ (พยนต์ เขมเทโว) เจ้าอาวาสวัดเกตุมดีศรีวราราม ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พ.ศ. ๒๕๐๗ - ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๙

"มักมีญาติโยมชอบถามอาตมาว่า มีความลำบากอย่างไรบ้างนั้น อาตมานึกไม่ออก เพราะอาตมาไม่เคบคิดว่าลำบากเลย เพราะความทุกข์ยากลำบากนั้น เป็นธรรมะปฏิบัติที่เพิ่มปัญญาบารมีอย่างยิ่ง ที่อาตมาต้องการที่สุด"

คาถาบูชาหลวงพ่อเกตุมฯ
อิมินา สักกาเรนะ ภาวนาวรคุณัง ปิตะรัง อภิปูชะยามิ
ทุติยัมปิ อิมินา สักกาเรนะ ภาวนาวรคุณัง ปิตะรัง อภิปูชะยามิ
ตะติยัมปิ อิมินา สักกาเรนะ ภาวนาวรคุณัง ปิตะรัง อภิปูชะยามิ

 

ชาติภูมิ
นามเดิมของ หลวงพ่อพระครูภาวนาวรคุณ ชื่อ พยนต์ คุณาบุตร ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๖ ณ.บ้านเลขที่ ๓ หมู่ ๘ ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นบุตรพ่อแถบ - แม่กิมลี้ คุณาบุตร มีพี่ ๒ คน คือนายบุญล้อม คุณาบุตร และนายสุนทร คุณาบุตร มีน้อง ๒ คนคือผู้ใหญ่ทวี คุณาบุตร และนางอุบล รักประเทศ เป็นบุตรคนที่ ๓ ในจำนวนพี่น้อง ๕ คน ของคุณพ่อแถบ คุณาบุตร ซึ่งเป็นน้องชายคนที่๑ ของท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ (เจิม คุณาบุตร) (เสียชีวิตแล้ว) และคุณแม่กิมลี้ คุณาบุตร เมื่ออายุได้ ๖ ปี ไปอยู่กับคุณยายนาค ยิ้มหงส์ ณ บ้านเลขที่ ๓๓๖ ข้างวัดธรรมนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม (เพราะคุณยายไม่มีลูกชาย)

ได้รับการศึกษาขั้นต้นที่โรงเรียนอนุบาลครูเทพ อายุได้ ๙ ปี ย้ายกลับมาอยู่กับคุณพ่อ คุณแม่ที่บ้านเกิด เพราะคิดถึง คุณพ่อ คุณแม่ พี่ น้อง ได้เรียนชั้นประถมศึกษาที่บ้านบางโทรัด อายุได้ ๑๑ ปี ย้ายกลับไปอยู่กับคุณยายที่สมุทรสงครามอีก เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนปุโรทกานนท์บูรณะ จบชั้นมัธยมปีที่ ๓ และต่อโรงเรียนศรัทธาสมุทร จนจบชั้นมัธยมปีที่ ๕ อายุได้ ๑๖ ปี ย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านบางโทรัด อายุได้ ๑๗ ปี ย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ที่บ้านเลขที่ ๑๑๑ ก. ตลาดสมเด็จ เชิงสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพุทธ) เพื่อเรียนวิชาช่างเครื่องยนต์และวิชาเดินเรือทะเล สำเร็จได้รับประกาศนียบัตรวิชาเดินเรือชายฝั่งทะเล และประกาศนียบัตรผู้ควบคุมเครื่องกลชั้นที่ ๑ จากกรมเจ้าท่า กรุงเทพมหานคร อายุได้ ๑๘ ปีเริ่มประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเดินเรือ โดยเป็นผู้ควบคุมเรือยนต์ชื่อ ศรีสุนทร ได้นำเรือลำนี้ไปถึงหลังสวน จังหวัดชุมพร และบ้านดอนจังหวัดสุราษฎร์ธานี คุณแม่มีความเป็นห่วงมากให้ขายเรือให้กับนายชุม ทองจันทร์ อ.พุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเดินทางกลับมาอยู่ธนบุรี คุณแม่เห็นมีนิสัยชอบทางเดินทะเล จึงได้ซื้อเรือเดินทะเลจากนายกังวาน (เจ้าพ่อบางนกแขวก) ให้ ๑ ลำ ชื่อ เรือศรีบุญล้อม โดยให้เป็นผู้ควบคุมเรือเดินทะเลระหว่างกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดชายทะเลต่าง ๆ เช่น ทางทิศใต้ไปถึงจังหวัดสงขลา เกาะสมุย และเกาะพงัน ทิศตะวันออกไปถึงจันทบุรีและตราด อายุย่างเข้าปีที่ ๒๐ ก่อนจะเข้าเกณฑ์ทหาร คุณแม่เห็นว่าการเป็นทหารนั้นลำบาก จึงให้เข้าไปสมัครเรียนโรงเรียนนายสิบ เป็น ตำรวจน้ำ นอกเกณฑ์ ในกองบัญชาการตำรวจน้ำ ท่าเรือคลองเตย เรียนสำเร็จได้บรรจุเป็นนายสิบตำรวจตรี (พิเศษ) เพราะก่อนเกณฑ์ เข้าเรียนโรงเรียนนายสิบตำรวจน้ำ ๖ เดือน ออกประจำการที่แผนก ๓ กองกำกับการ ๓ สุริวงศ์ กรุงเทพมหานคร ๑ ปี ขณะนั้นตรงกับ พ.ศ. ๒๔๙๔ ย้ายไปประจำแผนก ๑ กองกำกับ ๓ ปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ มีราชการพิเศษที่สำคัญคือ ไปปราบโจรสลัดจีน ในทะเลร่วมกับพลตำรวจตรี นิจ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจน้ำ โดยเรือตำรวจชาติตระการโกศล สู้รบกับโจรจีนในทะเล สามารถจับโจรจีนและได้เรือโจร ๔ ลำ นำเข้าไปดำเนินคดีที่ปากน้ำชุมพร แล้วกลับมาประจำที่แผนก ๑ กองกำกับการ ๓ ปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการตามปรกติ และได้เลื่อนยศเป็นสิบตำรวจโทได้ประมาณ ๓ เดือนก็ย้ายไปประจำแผนก ๔ กองกับกับการ ๑ จังหวัดสมุทรสาคร โดยประจำเรือตรวจการ๕๐๕ ลาดตระเวนตรวจเขตอ่าวมหาชัย แม่กลอง บ้านแหลม เพชรบุรี ได้ประมาณ ๘ เดือน ย้ายไปประจำแผนก ๑ กองกำกับการ ๓ ปากน้ำ สมุทรปราการ อีก

ในปีพ.ศ. ๒๔๙๙ ได้ยื่นใบลาอุปสมบทตามประเพณี และตามความเรียกร้องของบิดาได้รับอนุญาตให้ลาได้ ๑๒๐ วันขณะนั้นได้เลื่อนยศเป็นนายสิบตำรวจเอก บวชเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๔๙๙ ณ พัทสีมา วัดบัณฑูรสิงห์ ตำบลบางโทรัด จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีพระครูสมุทรธรรมสุนทร (หลวงพ่อวัดกาหลง) เป็นอุปัชฌาย์ พระครูหงส์สุชาโต วัดบางพลี เป็นกรรมวาจาจารย์ พระครูสาครวุฒิชัย วัดบัณฑูรสิงห์ (มรณะภาพแล้ว) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้เรียนพระกรรมฐานจากท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ (เจิม คุณาบุตร) ผู้เป็นลุงตั้งแต่อายุได้ ๑๑ ขวบ และได้รับอิทธิบาท ๔ ต่อมาไม่นานได้รับธรรมานุสรณ์ การปฏิบัติต่อ ๆ มาไม่ค่อยสม่ำเสมอ หลังจากไปทำงานแลัวกลับมาบวชจึงได้ปฏิบัติจริงจังอีกครั้งหนึ่ง และได้ลาออกจากราชการด้วยเหตุเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา

เราจะเห็นได้ว่า หลวงพ่อพระครูภาวนาวรคุณเป็นผู้มีประวัติการศึกษาและสนใจมาก มีผู้ใหญ่เล่าว่าเมื่อเล็ก ๆ ท่านเป็นเด็กที่เหนือกว่าเด็กอื่น ๆ ในละแวกนั้น ในวัยเด็กท่านซุกซนมาก มักทำอะไร ๆ ที่แปลกแหวกแนวซึ่งสมัยใหม่เรียกว่ามีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กว่าเด็กทั้งหลายบางครั้งก็ทำให้พี่เลี้ยงอยู่ไม่เป็นสุข ในทำนองไม่สนใจดูแลเท่าที่ควร เพราะเนื้อตัวมีแต่บาดแผล พี่เลี้ยงก็เล่าตามจริงให้คุณแม่ท่านฟังแต่แล้วในที่สุดด้วยหัวคิดและสติปัญญาของท่านในวัยนั้นแทนที่ท่านจะเป็นผู้ถูกคุณแม่ทำโทษ พี่เลี้ยงกลับถูกเอ็ดไป เรียกว่าท่านเป็นเด็กที่มีความคิดเฉียบแหลมเกินเด็กทั้งหลายและเกินผู้ใหญ่บางคน เมื่อคราวที่ท่านจะบวช โยมบิดาท่านเป็นเดือดเป็นแค้นมากเพราะลูกชายกลับบ้านเกือบไม่ทันบวช ถ้าโยมบิดายังมีชีวิตอยู่ท่านจะมี่ความภูมิใจและยินดีสักแค่ไหน เมื่อลูกชายที่ท่านคิดว่าจะบวชไม่เกิน ๗ วันนั้นจะอยู่ได้จนกระทั่งทุกวันนี้

สมณะศักดิ์
- เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๖ เป็นพระครูใบฎีกาฐานานุกรมของพระธรรมเสนานี (สมณศักดิ์ขณะนั้น) เจ้าคณะภาค ๑๒ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จังหวัดกรุงเทพมหานคร แต่งตั้งโดยสมเด็จพระวันรัต (สมณศักดิ์ขณะนั้น) วัดพระเชตุพนฯ กรุงเทพมหานคร
- เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔ เป็นพระครูภาวนาวรคุณ สัญญาบัตรชั้นโท ฝ่ายวิปัสสนา
- เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘ เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นเอก ฝ่ายวิปัสสนา เทียบเท่า(ท) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระอารามหลวงชั้นเอก ฝ่ายวิปัสสนา

พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระครูภาวนาวรคุณ (หลวงพ่อเกตุมฯ) พระเดชพระคุณท่านได้ละสังขารไปเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ เวลา ๒๑.๒๗ น. เหล่าบรรดาศิษยานุศิษย์ ได้เก็บร่างท่านประดิษฐานไว้เพื่อสักการะบูชา และเป็นอนุสรณ์แห่งคุณความดี ณ ตำหนักแพ - นุ่ม ทุกๆ คืนจะมีการสวดพระอภิธรรมถวายตลอดมา ตั้งแต่วันมรณะภาพจนกระทั่งบัดนี้ และเมื่อถึงวันมรณะภาพในแต่ละรอบปี ทางวัดเกตุมดีศรีวราราม จ.สมุทรสาคร ก็ได้จัดทำทักษิณานุปทาน การบุญถวายกุศลแด่พระเดชพระคุณท่านทุกๆ ปีตลอดมา

ขณะนี้หลวงพ่อกำลังดำเนินการเสริมสร้างพระบรมธาตุเกตุมวดีย์ซื่งเป็นศูนย์รวมกราบไหว้บูชาของบุคคลทั่วไป โดยสร้างพระบรมธาตุองค์ใหม่ มีอุโบสถพร้อมอยู่ในองค์พระบรมธาตุ และองค์พระบรมธาตุองค์เก่าอยู่ภายในสามารถเข้าไปกราบไหว้บูชาได้ ใช้งบประมาณตามที่คณะวิศวกรคำนวณไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นเงิน ๓๐ ล้านเศษ ขณะนี้สร้างไปได้ประมาณกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว

* ข้อมูลจากหนังสืออนุสรณ์ งานทำบุญสตมวาร (๑๐๐ วัน) พระครูภาวนาวรคุณ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๐