หนังสือ เรื่อง "ทศบารมี"

โดย พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระมหาโกศล เป็นหนังสือบันทึกรวบรวมข้อเขียนธรรมะ ของ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระมหาโกศล จนฺทวณฺโณ ในเรื่องเกี่ยวกับทศบารมี (บารมี ๑๐ ทัศ) จัดทำโดยคณะศิษย์วัดทับคล้อ (สวนพระโพธิสัตว์) แจกในงานวันเกิดเป็นครูอาจารย์พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระมหาโกศล วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐

 

 

ทานบารมี
๑.ถวายอาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ปรกหรือกระท่อม พออยู่อาศัยได้ชั่วคราว และสร้างกุฏิวิหาร ศาลาโบสถ์ อาคารเรือนรักษาผู้ป่วย สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ ชื่อว่า ทานบารมี
๒.ถวายส่วนที่เป็นอวัยวะในร่างกาย เช่น ถวายหรือบริจาคโลหิต ถวายผม เป็นต้น ชื่อว่า ทานอุปบารมี
๓.ถวายความเป็นภิกษุ-สามาเณร ภิกษุณี สามเณรี อุบาสก อุบาสิกา คนรับใช้พระพุทธศาสนาตลอดชีวิต ชื่อว่า ทานปรมัตถบารมี

ผู้สร้างทานบารมี จะเป็นผู้ไม่ขัดสนในภพชาติที่เกิดแล้ว และเกิดแล้ว ถวายของที่รักที่ประณีต ของรักของประณีตก็จะมีมาเป็นของตนในภพชาติที่เกิดแล้ว และเกิดแล้ว ทานบารมีนี้เป็นการขึ้นต้นของทุกๆ วิญญาณที่จะเข้าสู่บารมีทั้ง ๑๐ ประการ ตามธรรมชาติก็จะให้แก่ลูก ให้แก่ญาติ ให้แก่เพื่อน ให้แก่สัตว์เลี้ยง ให้แก่ผู้อื่นที่เป็นสาธารณะประโยชน์ ให้แก่ผู้มีศีล มีธรรม จนถึงได้ถวายแด่พระอริยบุคคล และต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือว่าเข้าสู่ทานบารมี และบารมีอื่นๆ ก็จะมาเยี่ยมกรายเอง ค่อยๆ ทำไปภพน้อย ภพใหญ่จนกว่าจะเต็ม ถ้าเต็มบริบูรณ์เข้าสู่แดนบรมสุข ไม่มีทุกข์เจือปน คือ พระนิพพาน นั่นเอง

ศีลบารมี
ศีลที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าวางระเบียบไว้มี ๕ ข้อ
๑.ไม่ทำชีวิตสรรพสัตว์ให้ตกล่วงโดยปกติ
๒.ไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของยังไม่ได้อนุญาตให้
๓.ไม่ร่วมประเวณีชาย-หญิง ที่มีเจ้าของ
๔.ไม่พูดให้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
๕.ไม่ดื่มสุรา เมรัย ของเมาอันเป็นที่ตั้งของความประมาทมัวเมา

ศีลบารมีก็มี ๓ ระดับ คือ ๑.ศีลบารมี ๒.ศีลอุปบารมี ๓.ศีลปรมัตถบารมี
ศีลบารมี คือ เมื่อรับแล้วถวายทาน เพื่อให้ได้บุญ ๕ เท่า
ศีลอุปบารมี คือ รับศีลอุโบสถ ศีลของสามเณร ๑๐ ข้อ ศีลพระภิกษุ ๒๒๗ ข้อ ศีลนางสิกขมานา ศีลสามเณรี ศีลภิกษุณี ตามข้อปฏิบัคิฝ่ายเถรวาท ๓ อย่างหลังนี้ คือ สิกขมานา สามเณรี ภิกษุณี มีอีกไม่ได้แล้ว
ศีลปรมัตถบารมี คือ ในศีล ๕ ข้อนี้ข้อใดข้อหนึ่งผู้รับต้องรักษาตลอดชีวิต ทั้งรักษาด้วยชีวิต คือยอมตายไม่ยอมให้ศีลขาด อาจด่างพร้อย ทะลุได้ แล้วเข้าดิถีปริวาสอย่างน้อย ๑ ราตรี แล้วจึงปฏิญญารับซ้ำอีก บางคนมีกำลังศรัทธามากขึ้นก็ขอรับ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ หรือรับทั้ง ๕ ข้อ ทั้งนี้ตามกำลังปัญญาอันสัมปยุตด้วยศรัทธา

อานิสงส์ศีล
ที่พระผู้ให้ศีลท่านบอกไว้เป็นภาษาบาลี สีเลน สุคติ ยนฺติ ชนทั้งหลายไปสวรรค์ก็เพราะศีล สีเลนโภคสมฺปทา หรือจะกลับเวียนวนลงมาในมนุษย์โลก ก็จะประกอบด้วยโภคสมบัติต่างๆ นานา อันสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ สีเลน นิพฺพุติ ยนฺติ ชนทั้งหลายจะเข้าสู่มรรคผลนิพพานได้ก็เพราะศีล ตสฺมา สีลํ วิโสธเย เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลาย พึงชำระศีลให้บริสุทธิ์ เป็นวิมุติมรรคผล จะได้นำตนเข้าสู่แดนบรมสุขอันไม่มีทุกข์เจือปน ผู้ปฏิบัติจะได้รับผลแห่งการปฏิบัติเช่นนี้ เรียกว่า อานิสงส์ศีล

เนกขัมมบารมี
เมื่อวาน นอนที่เนปาล ฝันเห็นคุณแดงที่เป็นอัมพาตแล้วเสียชีวิต ว่าไปอยู่ที่เนปาลมีหน้าที่เป็นช่าง ช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมของหลักศิลาประสูติขิงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นลุกของเจ้าของโรงแรมที่มาค้างคืนอยู่ มีเด็กชายคนหนึ่ง อายุ ๑๖ ปี พ่อแม่เป็นฮินดี ไปนั่งอยู่ที่โคนต้นโพธิ์ในป่า ห่างหมู่บ้านประมาณ ๑ กม. ไม่กินอาหารมาประมาณ ๑ เดือน แล้วมีสาธุชนไปเฝ้าดู และนำเครื่องสักการะบูชาพร้อมทั้งอาหารไปถวาย ท่านให้เอาไปให้ผู้ป่วยที่บ้าน หลังจากกินแล้วก็หายจากโรคภัยนั้นๆ จึงมีสาธุชนไปมากขึ้น ป่าตรงนั้นก็มีธุรกิจเกิดขึ้นหลายอย่าง มีขายอาหาร น้ำ และเครื่องสักการะบูชา มีดอกไม้ ธูป เทียน เป็นต้น

ผู้เขียนคิดว่าคงเป็นการเตรียมปิดพระพุทธศาสนา เมื่อ พ.ศ. ๕,๐๐๐ พระศรีอาริยเมตตรัยจะไปเกิดใกล้ๆ สังเวชนียสถานทั้ง ๔ ตำบล แหง่ใดแห่งหนึ่ง เอาทองคำ ๑๐๐ กหาปณะบรรทุกหลังช้าง ถามว่าผู้ใดจำคำสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสงฆเจ้าได้ จะให้รางวัล ประกาศบริเวณสังเวชนียสถาน คือ ประกาศที่ประสูติ ๗ วัน ๗ คืน สถานที่ตรัสรู้ ๗ วัน ๗ คืน สถานที่ปฐมเทศนา ๗ วัน ๗ คืน และประกาศที่นิพพานอีก ๗ วัน ๗ คืน ปรากฏว่าไม่มีผู้จดจำคำสวดวรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า ได้เลย จึงเปล่งอุทานว่า ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จบสิ้นแล้วหนอจึงเกิดมหัศจรรย์ด้วยปฐพีหวั่นไหว พอรู้สึกตลอด ๗ วัน ๗ คืน พอรุ่งขึ้นวันที่ ๘ รูปทิพย์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ปรากฏ แสดงธรรมเพื่อโปรดพุทธบริษัทที่ได้เคยสร้างบารมีร่วมกับพระองค์ในอเนกชาติ ให้ได้รู้ธรรมสามารถเข้าสู่แดนบรมสุขไม่มีทุกข์เจือปน คือ พระนิพพาน ได้ พระองค์ทรงแสดงโมกขธรรมอยู่ตลอด ๗ วัน ๗ คืน พอรุ่งอรุณวันที่ ๘ รูปทิพย์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็อันตรธานหายไป จบฝันเพียงเท่านี้

การออกจากบ้านจากเรือน อันบริบูรณ์ด้วยความสะดวกธรรมดาในบ้านในเรือน ถือว่าเป็น เนกขัมมบารมี เพราะได้ไปไหว้พระในที่ต่างๆ การออกจากบ้านจากเรือนไหว้พระ แล้วแถมอยู่ปฏิบัติธรรมกรรมฐานพร้อมทั้งรับศีล ๕ หรือ ๘ ด้วยชั่วคราวตามกำลังศรัทธา เรียกว่า เนกขัมมอุปบารมี การออกจากบ้านจากเรือน แล้วบวชตนเองรับใช้พระพุทธศาสนาจนตลอดชีวิต จึงถือว่าเป็น เนกขัมมปรมัตถบารมี จบเนกขัมมบารมีอย่างไม่ละเอียดเพียงเท่านี้ อย่างละเอียดผู้ปฏิบัติเห็นเองดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า สวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม พระธรรมคำสั่งสอนที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส ดีแล้ว สนฺทิฎฐิโก อันผู้ปฏิบัติเป็นผู้เห็นเองดังนี้