บทความเรื่อง "ผู้มีบารมีเด่นทาง" อีเมล

กระแสที่ตัดทุกข์ได้ชั่วสายฟ้าแลบนี้เรียกว่า กระแสพระนิพพาน ตกลงสู่จิต ตัดสังโยชน์3 ได้คือ สกายะทิฏบิ วิจิวิกิจฉา และ สีลพตปรามาส บรรเทา กามราคะ และ ปฏิฆะ (ความยินดีและโกรธ) คราวเมื่อมีอารมณ์จระเข้มา เห็นว่าความกำหนัดยินดีและโกรธ เป็นเพียงกิริยาอาการของจิตเท่านั้น ไม่ใช่ตัวจิตจริง ละกามราคะและปฏิฆะ (ความยินดีและโกรธ) อารมณ์เป็นประธานด้วยเห็นว่า

 

รูป ที่กระทบความรู้สึกทางตา เป็นสักแต่ว่ากิริยาอาการของจิต
เสียง ที่กระทบความรู้สึกทางหู เท่านั้น ไม่ใช่ตัวจริง
กลิ่น ที่กระทบความรู้สึกทางจมูก ละทิฏฐิมานะด้วย
รส ที่กระทบความรู้สึกทางลิ้น ปล่อยว่างในอารมณ์ทั้งมวลโดยเห็น
สัมผัส ที่กระทบความรู้สึกทางกาย ว่าเป็นเพียงสภาวะกับสภาวะเข้า
อารมณ์ ที่กระทบความรู้สึกทางใจ เสียดสีกันเท่านั้น

ผู้มีบารมีเด่นทาง
ทาน ยกหัวใจให้กับอารมณ์
ศีล เห็นว่าใจต้องมีอารมณ์ (ดี ไม่ดี เฉย) เป็นธรรมชาติ
เนกขัมมะ ช่างเขา ช่างมัน ช่างท่าน
วิริยะ แค่นี้เอง เท่านั้นแหละ
ปัญญา เห็นว่าเป็นธรรมดาของใจที่ต้องรับอารมณ์
ขันติ เป็นไรเป็นกัน ตายให้มันตาย ลูกขอยอมตาย
สัจจะ เรามันโง่ ลูกมันโง่ กูมันโง่
อธิษฐาน ตามบุญตามกรรม จะได้หมดกรรมกันเสียที
เมตตา นี่จิตหนอ นี่อารมณ์หนอ
อุเบกขา กายสงบ จิตดูอารมณ์ที่เกิดขึ้นและดับไป จิตจะว่างจากเครื่องข้องทั้งมวลขณะดู

อานิสงส์ พระกรรมฐาน ๕
เกศา (ผม) พิจารณาแล้ว คนพบเห็นจะเคารพยำเกรง ไม่กล้าล่วงเกิน
โลมา (ขน) พิจารณาละเอียดแล้ว สามารถชำระทุกข์ในดวงใจได้
นขา (เล็บ) พิจารณาแล้ว จะไปไหนมาไหนก็จะมีเพื่อนฝูงรักใคร่ชอบพอมาก
ทันตา (ฟัน) พิจารณาแล้ว เมื่อพูดจาหรือกล่าวแสดงธรรม จะมีแต่คนสนใจฟัง ชอบฟัง ฟังแล้วทำให้เพลิดเพลินสบายใจ
ตะโจ (เนื้อหนัง) พิจารณาแล้ว ทำให้ผิวพรรณละอียด งาม เป็นที่ต้องตาสนใจแก่ผู้พบเห็น